เส้นทางสู่ผู้นำทางด้านการเก็บสเต็มเซลล์และ BioTech ของไทยในมาตรฐานระดับโลกของ Medeze
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology industry) นั้นสร้างความก้าวหน้าในวงการแพทย์เป็นอย่างมาก โดยเห็นได้อย่างชัดเจนในยุคการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ไม่ว่าจะเป็นการผลิตวัคซีนด้วยเทคโนโลยีการตัดแต่งพันธุกรรม การสร้างชุดตรวจด้วยเทคโนโลยีระดับโมเลกุล หรือการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการในผู้ป่วย COVID-19 [1] แต่เดิมสิ่งเหล่านี้จะจำกัดอยู่กับบริษัทใหญ่ๆ และใช้เวลาในการทดลองหลายปี แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เปิดโอกาสในการพัฒนามากขึ้น ประกอบกับกระแสการดูแลสุขภาพที่มีก่อนแล้วยิ่งทำให้แนวโน้มธุรกิจด้านเทคโนโลยีชีวภาพนั้นน่าจับตามองมากยิ่งขึ้น

สเต็มเซลล์ (เซลล์ต้นกำเนิด) คลื่นลูกใหม่ของการรักษา
โดยหนึ่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพที่ก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วงการระบาดของ COVID-19 คือการรักษาด้วยเซลล์บำบัดจากสเต็มเซลล์ ที่เน้นไปที่การฟื้นฟูเซลล์ปอดของผู้ป่วย COVID-19 โดยมีงานวิจัยมากกว่า 70 งานวิจัยที่กำลังศึกษาถึงการใช้งานของสเต็มเซลล์ในผู้ป่วย COVID-19 [1] แต่กระแสการใช้งานของสเต็มเซลล์นั้นเริ่มเป็นที่สนใจมาก่อนหน้านี้แล้ว ที่จำกัดอยู่เฉพาะผู้ป่วยโรคเลือดหรือเฉพาะในธุรกิจความงาม คลิกรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องสเต็มเซลล์
ภาพรวมสเต็มเซลล์เป็นที่สนใจและขับเคลื่อนการแพทย์ทางเลือกในระดับโลก
ตลาดการใช้งานสเต็มเซลล์นั้นมีมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านเหรียญในปี 2020 และคาดว่าจะสูงถึง 26,000 ล้านเหรียญในปี 2026 คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยกว่า 10% ต่อปี [2] โดยการเติบโตนี้สอดคล้องไปกับการศึกษาต่างๆที่รายงานการใช้สเต็มเซลล์ที่มีออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ในผู้ป่วยกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาของเทคโนโลยีการคัดแยกสเต็มเซลล์ให้สามารถเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อสายสะดือหรือไขมันที่มีศักยภาพในการแบ่งตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองที่เหนือกว่าสเต็มเซลล์เม็ดเลือดที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้รองรับการรักษาที่หลากหลายมากขึ้น และเทคโนโลยีด้านการจัดเก็บสเต็มเซลล์ที่ก้าวหน้ามากขึ้นจนสามารถเก็บรักษาสภาพสเต็มเซลล์ได้ถึง 30 ปี โดยมีอัตราความสำเร็จในการคืนสภาพเซลล์ที่มากกว่า 95% [3]

สถานการณ์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและสเต็มเซลล์ในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทยก็มีการเติบโตของธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพเป็นอย่างมาก โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีธุรกิจที่จดทะเบียนการวิจัยและพัฒนาเชิงทดลองด้านเทคโนโลยีชีวภาพอยู่ทั้งสิ้น 81 กิจการ [4] โดยมีถึง 61 กิจการที่ดำเนินการจดทะเบียนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวก็สอดคล้องกับแนวโน้มของต่างประเทศ ร่วมกับการที่ประเทศไทยตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ระดับภูมิภาคโดยได้จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ พ.ศ. 2560-2569 เพื่อตอบสนองความต้องการบริการทางการแพทย์ที่มากขึ้นทั้งจากในประเทศที่กำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและจากต่างประเทศที่ต้องการมารับบริการการแพทย์และการพยาบาลที่เป็นเลิศ [5]
เส้นทางสู่ผู้นำทางด้านการเก็บสเต็มเซลล์และ BioTech ของไทยในมาตรฐานระดับโลก MEDEZE
ด้วยปัจจัยต่างๆทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพเติบโตเป็นอย่างมาก ซึ่งสถาบันที่เป็นผู้บุกเบิกเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพในประเทศไทย โดยเน้นไปที่การจัดเก็บสเต็มเซลล์ได้แก่ MEDEZE หรือเดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ Bangkok stem cell ที่เปิดบริการมากกว่า 11 ปี เป็นห้องปฏิบัติการที่ดำเนินการด้านการเพาะเลี้ยงและจัดเก็บสเต็มเซลล์เม็ดเลือดในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพสเต็มเซลล์ที่จัดเก็บได้จากเลือดสายสะดือเด็กแรกคลอด จาก American Association of Blood Banks (AABB) ในเรื่องการคัดแยก เก็บรักษาระยะยาว และการจัดส่งไปรักษาผู้ป่วย โดยมีระบบการขนส่งที่สามารถควบคุมอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งที่สามารถคงคุณภาพสเต็มเซลล์ได้ เพื่อรองรับการปลูกถ่ายได้ทั่วโลก

ด้วยเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสเต็มเซลล์ระดับโลกในปี 2026 ทำให้ MEDEZE มีการพัฒนาตนเองสม่ำเสมอ ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อตอบสนองความยั่งยืนของบริษัท
- ด้านการบริการลูกค้า
MEDEZE ได้สร้างนวัตกรรมการบริการ ที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้า โดยเน้นที่ความสำคัญของจิตใจของลูกค้าเป็นหลัก ตั้งแต่เริ่มแรก เมดีซ เป็นบริษัทแรกในโลก ที่ได้ให้การบริการรับฝากจัดเก็บสเต็มเซลล์ตลอดชีพ โดยที่ที่อื่นยังคงเก็บเพียง 20 ปี แต่เมื่อสามปีที่ผ่านมา เพราะบริษัทมีการวางแผนปรับเปลี่ยนรูปแบบการบัญชีให้เป็นบัญชีชุดใหญ่ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในอนาคต จึงได้ปรับเป็น 60 ปี ซึ่งก็ยังถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าสูง และเชื่อในความสำคัญว่า ยิ่งเก็บนาน ความน่าจะเป็นที่จะได้นำมารักษาคนในครอบครัวยิ่งเป็นไปได้มาก นอกจากนี้ MEDEZE ได้ริเริ่มแคมเปญ priority package เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดในการจัดเก็บ ในราคาที่เหมาะสม และด้วยกระบวนการการวางแผนทางด้านการเงิน MEDEZE จึงมอบค่าธรรมเนียมคืนทั้งหมด ให้กับลูกค้า โดยวิธีนี้ได้มีการตรวจสอบโดยบริษัท EY ว่าเป็นไปได้จริง และเป็นนวัตกรรมการบริการลูกค้าที่ยังไม่เคยมีใครทำ เมดีซ จึงได้รับรางวัลจากบริษัทจัดอันดับแบรนด์ระดับโลกจาก Frost & Sullivan ให้เป็นบริษัท Thailand Stem Cell Banking Company of the Year 4 ปีซ้อน

- ด้านความโปร่งใสทางการบริหาร การเงินและการบัญชี
- ด้านนวัตกรรมการบริการ
- ด้านวิจัยและพัฒนา
- ขยายตลาดสู่ภูมิภาค
MEDEZE ได้ขยายการตลาดสู่ภูมิภาค โดยมีสาขาและห้องปฏิบัติการในประเทศ Taiwan, Singapore, Hong Kong, Cambodia, Vietnam, Indonesia, Myanmar, Australia and New Zealand และยังมีความคิดที่จะขยายตลาดต่อไปที่ รัสเซีย และตะวันออกกลาง MEDEZE จึงเป็นบริษัท BioTech แรกในไทย ที่มีสาขา การเจริญเติบโต และนวัตกรรมมากสุด จนได้รับรางวัลจาก Frost & Sullivan ในระดับอนุภูมิภาค 2 ปีซ้อน ในรางวัล “2019 - South East Asia Stem Cell Banking Growth Excellence Leadership Award” และ “2020 - South East Asia Stem Cell Banking Technology Innovation Leadership Award”

MEDEZE วางแผนกลยุทธ์ เพื่อเติบโตขึ้นเป็นบริษัท ชั้นนำในภูมิภาค จึงเห็นถึงความสำคัญ ของการมีมาตรฐานทางบัญชีและการเงิน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเห็นการเจริญเติบโต อย่างแม่นยำ ตามมาตรฐานบัญชี จึงได้มีการให้บริษัท EY , DIA และบริษัท Yuanta มาประเมินตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา
ความโดดเด่นของ MEDEZE คือการไม่หยุดที่จะพัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้น เมดีซ พัฒนาการคัดแยก และเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ ให้ทุกคนทุกช่วงวัย สามารถจัดเก็บได้ MEDEZE ได้รับการอนุญาตจาก อ.ย. การตรวจศักยภาพของเซลล์เม็ดเลือดขาว เพื่อดูความแข็งแรง และความสามารถในการฆ่ามะเร็ง นอกจากนี้ยังพัฒนารูปแบบการรับฝากเซลล์ภูมิต้านทาน เป็นที่แรกของโลก
การสร้างอวัยวะเทียม โดยทดลองการสร้างกระจกตาขึ้นมาจากสเต็มเซลล์ของคนจริงๆ ผนวกกับ collagen และเครื่องพิมพ์สามมิติ โดยอยู่ในขั้นตอนการทดลองในสัตว์กับคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ
เพิ่มศักยภาพความสามารถของเซลล์เพชฌฆาต ให้พุ่งเป้าไปที่จุดเนื้อมะเร็งที่ต้องการ ผ่านการดัดแปลง ตัวรับของเซลล์ ร่วมกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
นวัตกรรมการบริการการเลี้ยงเซลล์รากผม เพื่อให้สามารถเติบโตงอกเป็นเส้นผมได้ และสามารถจัดเก็บระยะยาวสำหรับคนผมบางได้
ต่อยอดการนำเซลล์ที่จัดเก็บไปใช้ในคนได้ โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลพระมงกุฏ ในการนำเซลล์ไขมันของบุคคลที่รับฝากไปรักษาภาวะข้อเข่าเสื่อม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
1) Golchin A, Seyedjafari E, Ardeshirylajimi A. Mesenchymal stem cell therapy for COVID-19: present or future. Stem cell reviews and reports. 2020 Jun;16(3):427-33.
2) DUBLIN. Global Stem Cell Market Report 2021 - Growth, Trends, COVID-19 Impacts, and Forecasts 2020-2026. [Online]. 2021. Available at: https://www.businesswire.com/news/home/20210518005926/en/Global-Stem-Cell-Market-Report-2021---Growth-Trends-COVID-19-Impacts-and-Forecasts-2020-2026---ResearchAndMarkets.com. [July 2021]
3) Rubinstein P. Cord blood banking for clinical transplantation. Bone marrow transplantation. 2009 Nov;44(10):635-42.
4) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. ข้อมูลนิติบุคคลด้านการวิจัยและพัฒนาเชิงทดลองด้านเทคโนโลยีชีวภาพ. [Online]. 2021. Available at: https://datawarehouse.dbd.go.th/searchJuristicInfo. [July 2021]
5) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ(MEDICAL HUB) (พ.ศ.2560 - 2569). [Online]. 2016. Available at: https://hss.moph.go.th/fileupload/2560-102.pdf. [July 2021]

