Life for life เพื่อชีวิตที่ยืนยาวกับ Medeze และทำความรู้จักกับความสำคัญของสเต็มเซลล์
คุณหมอเล็ก หรือ นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ซึ่งเป็นผู้บริหาร MEDEZE Group (ผู้นำด้าน Human Biotech) และเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีการเก็บสเต็มเซลล์ จริง ๆ แล้วตอนนี้คุณหมอทำงานเป็นข้าราชการ อยู่ที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ มีความสามารถและเชี่ยวชาญมากทางด้านผ่าตัดผ่านกล้อง และเป็นคนแรก ๆ ในภูมิภาคหรือในโลกที่ผ่าตัดผ่านกล้องแบบไม่มีแผล
โดยปกติหมอหรือคนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยได้รู้จักสเต็มเซลล์ จะมีหมอเดียวในวงการเลยที่ได้ศึกษาสเต็มเซลล์คือ คุณหมอสูตินารี ซึ่งจริง ๆ คุณหมอวีรพล จบเฉพาะทางสูตินารีมาประมาณ16 ปี หลังจากจบมาก็ไปต่อยอดทางด้านผ่าตัดผ่านกล้องและต่อยอดทางด้านการฝากเก็บเนื้อเยื่อและปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ จาก The National University of Singapore จึงทำให้มีความรอบรู้ด้านสเต็มเซลล์
สเต็มเซลล์มีหลากหลาย และ ณ วันนี้สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการสร้างอวัยวะ เพราะต่อไปในอนาคตคนเราไม่ควรบริจาคอวัยวะเพราะการให้อวัยวะจากคนอื่นหรือรับของคนอื่นเข้ามา ต้องทานยากดภูมิต้านทานตลอดชีวิตหรืออาจจะเสียชีวิตภายใน 3 วันหลังจากได้รับการปลูกถ่าย แต่ต่อไปในอนาคตทุกคนสามารถมีอวัยวะของตัวเองได้เลย โดยการใช้สเต็มเซลล์ของตนเองในการสร้างอวัยวะขึ้นมา
ปัจจุบันในประเทศไทย MEDEZE Group ถือว่าเป็นบริษัทแรก ๆ ของโลกที่สร้างอวัยวะสำเร็จ ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา MEDEZE Group ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดและปัจจุบัน น่าจะใหญ่สุดในภูมิภาค ซึ่งได้รับรางวัลให้เป็นเบอร์ 1 ในเอเชียแปซิฟิค เริ่มแรกบริษัทชื่อ Bangkok Stem Cell แต่มีพอเริ่มเติบโตขึ้น 5-6 ปี เราเริ่มขยายตลาดไปสู่เพื่อนบ้าน ก็เลยเปลี่ยนชื่อ จาก Bangkok Stem Cell เปลี่ยนมาเป็น Medeze Group ซึ่งทำให้ชื่อเป็นสากลมากขึ้น
ณ วันนี้คนส่วนใหญ่อาจจะแค่คิดว่า สเต็มเซลล์เก็บจากตอนแรกเกิดเท่านั้น แต่จริง ๆ เราสามารถเก็บได้ทุกช่วงอายุ สูงสุดที่เราเก็บในขณะนี้คืออายุ 97 ปี สเต็มเซลล์จากคนอายุ 97 ปี สามารถมีการแบ่งและเพิ่มจำนวนแล้วก็นำมาดูรักษาต่อหรือเก็บเอาไว้ได้ด้วย นอกจากนี้ความสำคัญก็คือ MEDEZE Group เป็นที่เดียวบนโลกใบนี้ที่สามารถจัดเก็บให้ได้ตั้งแต่เกิด จนถึงอายุ 90 กว่าปี เพราะมีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำที่สุด การจัดเก็บสเต็มเซลล์ของเราไม่ว่าจะเป็นสเต็มเซลล์จากเลือดหรือเนื้อเยื่อ ปัจจุบันเราใช้เครื่อง AXP ในการที่จะคัดแยกสเต็มเซลล์เลือด
ในปัจจุบันการผ่าตัดผ่านกล้องล้ำมากจนไม่มีแผลแล้ว ต่อไปก็คงจะล้ำแบบไม่ต้องผ่าตัด นอกจากที่มีสเต็มเซลล์ที่สามารถจัดเก็บได้ทุกช่วงอายุแล้ว MEDEZE Group ยังมีทีมแพทย์ ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญมาก ๆ โดยมีที่ปรึกษาคือ ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย ท่านเป็นนักวิจัยที่มีผลงานโดดเด่นด้านการโคลนนิ่งสัตว์หลากหลายชนิด ทั้งในระดับโลกและระดับชาติ และวช. ได้มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 ซึ่งถ้าทำโคลนนิ่งได้ การเลี้ยงสเต็มเซลล์ ถือว่าเป็นพื้นฐานมาก

ปัจจุบัน MEDEZE Group มีมาตรฐานระดับ GMP 22716 มี iso 9001-2015 และได้ผ่านมาตรฐาน AABB เทียบได้ว่าเป็นสภากาชาดของอเมริกา นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลมากมาย เช่น บุคลากรดีเด่น และได้เป็นที่หนึ่งในประเทศไทย 5 ปีซ้อน
ตอนนี้ MEDEZE Group มีการจัดเก็บสเต็มเซลล์ให้กับเด็กแรกเกิดเป็นสเต็มเซลล์เลือด และเนื้อเยื่อสายสะดือ นอกจากนี้ยังจัดเก็บได้จากไขมันของคุณแม่ที่ไปผ่าคลอดก็ได้ หรือคุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยาย จากการดูดไขมันก็ได้ ซึ่งก็แน่นอนว่าอายุของเซลล์ก็จะเท่ากับอายุของเราในวันที่เก็บ
นอกจากนี้เรากำลังให้บริการด้านใหม่เรื่องของการจัดเก็บสเต็มเซลล์รากผม ปัจจุบันผู้ชาย อาจจะมีผมร่วงมากขึ้น อาจจะขาดความมั่นใจเมื่ออายุมากขึ้นแต่ปกติมันเป็นฮอร์โมนของเราอยู่แล้ว เมื่อเราวัยทอง ยังไงก็ร่วง แต่ปัจจุบันเราสามารถรักษารากผมที่เรามีอยู่ก่อนได้เลย แล้วค่อยนำมาปลูกถ่ายในอนาคตได้เมื่อมีปัญหา
สเต็มเซลล์คือจุดกำเนิดของทุกเซลล์ในร่างกาย สเต็มเซลล์คอยสร้างเซลล์ใหม่ให้เราทั้งหมดเลยในร่างกายเช่น เล็บเรางอกเพราะเรามีสเต็มเซลล์ที่โคนเล็บ ผิวหนังเราก็มีสเต็มเซลล์เช่นเดียวกัน ทุกส่วนของร่างกายเราสามารถจัดเก็บ สเต็มเซลล์ได้หมด สเต็มเซลล์แต่ละส่วนก็มีหน้าที่แตกต่างกัน สามารถแบ่งตัวเองได้ แล้วก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นอวัยวะในร่างกายเราได้หมดเลย
การเก็บสเต็มเซลล์อายุไม่ได้สำคัญเท่าโรค ถ้าเราอายุ 70 แต่เราไม่เคยเป็นโรคเบาหวาน เราไม่เคยเป็นโรคตับแข็งเลย สเต็มเซลล์ยังคงดีอยู่ การเก็บเร็วดีกว่าการเก็บช้า แต่การเก็บก่อนเป็นโรคจะดีที่สุด เราควรเก็บก่อนตอนที่เรายังไม่ได้เป็นโรค ซึ่งจริง ๆ สเต็มเซลล์มันจะมีการแบ่งตัว แล้วตอนเด็ก ๆ มันจะแบ่งตัวได้ดีมาก เร็วมาก เมื่ออายุเราเพิ่มมากขึ้นสเต็มเซลล์เราแค่แบ่งตัวช้าขึ้นเท่านั้นเอง เราก็เลยมีสเต็มเซลล์น้อยลง
สเต็มเซลล์เม็ดเลือด MEDEZE ต่างจากที่อื่นโดยปกติแล้วเมื่อเราได้เลือดจากโรงพยาบาลมา เราจะเข้าสู่ห้องปฏิบัติการ เราใช้เครื่อง AXP Auto Express ซึ่งเป็นเครื่อง all in one procress ก็คือเอาถุงเลือดที่ได้จากโรงพยาบาลใส่เข้าไปในเครื่อง แล้วให้มันไป procress ดึงสเต็มเซลล์ได้ถึง 98% แล้วก็นอกจากนี้ไม่ว่าจะทำกี่ครั้งค่าความมีชีวิต อยู่ที่ใกล้เคียง 100% เสมอ นอกจากนี้ยังไม่เคยมีภาวะการติดเชื้อเลยเพราะทุกอย่างเป็นระบบปิดหมด ไม่มีความผิดพลาดทางมนุษย์เลย เราจึงได้รับการยอมรับจากอเมริกา เพราะฉะนั้นสเต็มเซลล์เลือดที่เราจัดเก็บจึงสามารถนำไปปลูกถ่ายที่ใดก็ได้ในโลกนี้

สำหรับสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อ เกือบทุกประเทศ เกือบทุกมหาลัยในโลกใบนี้ก็เร่งในการทำวิจัยในเรื่องของสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อ เกี่ยวกับเรื่องของการรักษาพวกโรคความเสื่อมทั้งหมดของร่างกาย อย่างเช่น สมองเสื่อม ปอดเป็นพังพืด ตับแข็ง ไตเสื่อม หัวใจโต หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือจอประสาทตาเสื่อม ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม สามารถรักษาได้หมดซึ่ง ตอนนี้ MEDEZE Group เราก็ทำวิจัยร่วมกับโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เกี่ยวกับเรื่องของข้อเข่าเสื่อม และร่วมกับแม่ฟ้าหลวงเกี่ยวกับเซลล์รากผม
โดยปกติในทางการแพทย์ถ้าเป็นสเต็มเซลล์เลือดจะใช้เกี่ยวกับการปลูกถ่ายไขกระดูกเท่านั้น ส่วนสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อ ในหลาย ๆ งานวิจัย ต้องฉีดตรงจุด อย่างเช่น ถ้าเราเป็นพาร์กินสัน ควรฉีดเข้าน้ำไขสันหลัง หรือ เข้าเส้นเลือด ถ้าเราเป็นจอประสาทตา ก็ฉีดเข้าลูกตาโดยตรง ถ้าเป็นหมอหัวใจเขาสามารถที่จะใส่สายสวนและก็ฉีดที่หัวใจหรือที่ตับโดยตรง หรือถ้าเป็นข้อเข่าเสื่อมก็ฉีดที่ข้อเข่าโดยตรง โดยหลักการเราควรจะฉีดสเต็มเซลล์ บริเวณที่มีอาการโดยตรง โดย 6 โรคที่มีการเน้นกัน ที่มีการรักษาและมีงานวิจัยในทางการแพทย์อย่างมากคือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว เบาหวาน ตับอักเสบ ตับแข็ง SLE ข้อเข่าเสื่อม และพาร์กินสัน
ในปี 2017 จากงานวิจัยของอเมริกา ได้ทำการศึกษาการใช้สเต็มเซลล์ในด้านศาสตร์ของการชะลอวัย พบว่าเมื่อร่างกายมีสเต็มเซลล์อ่อน ๆ ซึ่งเป็นเซลล์ใหม่เข้าสู่ร่างกาย ภาวะการอักเสบในร่างกายลดลง การทำงานของอวัยวะภายในและกายภาพด้านต่าง ๆ ที่ดีขึ้นและแน่นอนว่า มันส่งผลถึงภายนอกที่ดูดีขึ้นไปอีกด้วย

