Human Biotechnology กับโรคโควิด-19
Human Biotechnology กับโรคโควิด-19
Biotechnology หรือ การประยุกต์ใช้สิ่งมีชีวิตหรือสารที่ได้จากสิ่งมีชีวิตเพื่อทำผลิตภัณฑ์ หรือเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ หรือเพื่อปรับปรุงพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ เพื่อช่วยให้มนุษย์ได้รับสิ่งที่ต้องการขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต เช่น อาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย สุขภาพ ความปลอดภัย
Human Biotechnology เป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่ทำงานในระดับมนุษย์ หรือระดับเซลล์โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมด้วยวิธีที่ไม่เป็นธรรมชาติ เช่นการปรับปรุงสภาวะแวดล้อมในการเจริญเติบโตของมนุษย์ให้เหมาะสม หรือการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมตามธรรมชาติ การโคลนนิ่ง เป็นการสร้างขึ้นใหม่ จากเซลล์หรือเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตเดิม เช่นในปี 1997 (พ.ศ. 2540) ได้มีการโคลนนิ่งแกะดอลลี่ ที่สก๊อตแลนด์เป็นครั้งแรกของโลก
สำหรับในปัจจุบันได้นำมาใช้ในทางการแพทย์ เป็นเทคโนโลยีชีวภาพด้านการแพทย์ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งสามารถปรับปรุงลักษณะพันธุกรรมของคนไข้ เรียกว่าการบำบัดทางยีน (Gene Therapy) การผลิต Therapeutant ผลิตภัณฑ์ที่บำรุงสุขภาพหรือป้องกันโรคได้มีประโยชน์มาก
ถ้าพูดถึงเรื่อง Human Biotechnology ที่กำลังเป็นที่นิยมคือ Natural Killer Cells (NK Cell) คือเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง (Cytotoxic lymphocyte) ที่อยู่ในกระแสเลือดซึ่งเป็นระบบภูมิกันชนิดที่มีมาตั้งแต่กำเนิด(Innate Immunity) และเปรียบเสมือนกองทัพทหารที่คอยปกป้องและกำจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัส เชื้อโรค รวมถึงเซลล์มะเร็งที่กำลังคุกคามร่างกายของเราอยู่ด้วย ซึ่งสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติในร่างกาย การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันก็ทำได้ด้วยการดูแลรักษาตัวเองเบื้องต้นเพื่อให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยคำนึงสารอาหารที่ควรได้รับอย่างครบถ้วน ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ การดูแลตัวเองตามนี้ก็คงจะเพียงพอ แต่ในการป้องกันตัวเองจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพียงเท่านี้อาจไม่พอ เราจึงต้องเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากกว่าปกติ
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ก้าวไกล ที่สามารถให้บริการตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบระดับการทำงานของ NK Cell ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่บ่งชี้ถึงสภาวะภูมิคุ้มกันโรค หลังจากที่ได้รับผลการทดสอบภูมิคุ้มกันแล้ว คุณจะได้ทราบระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายของคุณ ซึ่งสามารถบ่งบอกความเสี่ยงของสุขภาพที่กำลังเผชิญอยู่ และเทคโนโลยี Highly active NK Cell therapy ซึ่งจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของคุณให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นวิธีการที่สมบูรณ์แบบในการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงเนื่องจากความเจ็บป่วย อายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือความเครียด

ปกติมะเร็งเม็ดเลือดขาวมักจะได้รับยาเคมีบำบัดก่อน ถ้าได้ยาเคมีบำบัดแล้วส่วนใหญ่จะได้ผล 80% แต่ถ้าอีก 20% รักษาไม่หายเราจะมียาเคมีบำบัดรุ่นที่ 2 ซึ่งผลแทรกซ้อนก็จะยิ่งมากกว่า แต่ถ้ายังรักษาไม่หาย มีอีกวิธีหนึ่งคือปลูกถ่ายไขกระดูกใหม่เลย ก็จะมีการให้ยาเคมีเพื่อทำลายระบบเลือดของเขาทั้งหมดเลย แล้วก็ไปปลูกถ่ายไขกระดูกใหม่ โดยการปลูกถ่ายไขกระดูกจากสเต็มเซลล์ที่ดีให้ใหม่โดยปกติเราใช้ 20 ล้านเซลล์ ปกติมะเร็งเม็ดเลือดขาวจะเกิดในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ หรือเกิดจากคนมากกว่า 60 ปี ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เริ่มเป็นมากขึ้นอายุ 20-30 ปี ก็เลยมีการใช้กันเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ การปลูกถ่ายไขกระดูก ณ วันนี้ไม่ใช่แค่ในโรงพยาบาลใหญ่ ๆ แล้ว เมืองไทยก็ปลูกถ่ายไขกระดูกกันเยอะ ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ในต่างจังหวัดก็ปลูกถ่ายไขกระดูกได้
สำหรับสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อจะใช้รักษาโรคความเสื่อมต่าง ๆ เช่น Parkinson เบาหวาน ข้อเข่าเสื่อม และตับแข็ง โดยปกติ Parkinson เกิดจากสภาวะสมองเสื่อม ตรงบริเวณแกนกลางของสมอง มีความเสื่อมจึงไม่สามารถหลั่งสารให้สมองเราทำงานได้ เราก็เลยมีอาการสั่น พอเราขยับแขนก็จะสั่น เหมือนหุ่นยนต์ ไป ๆ มา ๆ ลิ้นก็จะแข็ง กลืนไม่ได้ เดินไม่ได้ โรคของความเสื่อมเป็นนานขึ้นเท่าไหร่ยิ่งเสื่อมมากขึ้นเท่านั้น แต่สเต็มเซลล์สามารถกระตุ้นการสร้างเซลล์ สมองใหม่ได้ หลังจากการปลูกถ่ายเซลล์จะมีศักยภาพมากขึ้นเกี่ยวกับการหลั่งสารสื่อสมอง เพราะฉะนั้นอาการกระตุกเขาจึงดีขึ้น อาการเดินจึงดีขึ้น การพูดดีขึ้น การทรงตัวดีขึ้นตามลำดับ แต่ใช้ระยะเวลา 3-6 เดือน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
1) Liang, Bing, et al., Clinical remission of a critically ill COVID-19 patient treated by umbilical cord mesenchymal stem Cells. ChinaXiv, 2020. http://chinaxiv.org/abs/202002.0008
2) Leng, Zikuan, et al., Transplantation of ACE2- mesenchymal stem Cells improves the outcome of patients with COVID-19 Pneumonia. Aging and Disease, 2020. 11(2): p. 216-228. https://doi.org/10.14336/AD.2020.0228
