MEDEZE Newborn Stem Cell Program

สเต็มเซลล์สำหรับทารกแรกเกิด
MEDEZE Newborn Stem Cell Program

เพราะของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดจากวันแรกของชีวิต อาจเป็นโอกาสในการดูแลสุขภาพไปตลอดอนาคต

การเก็บสเต็มเซลล์ (Stem Cell) จากทารกแรกเกิด คือการเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ตั้งแต่วันที่ลูกลืมตาดูโลก เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษาและดูแลสุขภาพในวันที่ไม่คาดคิด

โอกาสสำคัญตั้งแต่วันแรกของชีวิต เพื่ออนาคตของลูกและครอบครัว

การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดและเนื้อเยื่อสายสะดือหลังคลอด คือโอกาสเพียงครั้งเดียวที่คุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผนสุขภาพระยะยาวให้ลูกได้ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก เซลล์เหล่านี้มีศักยภาพทางการแพทย์สูง และอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการรักษาโรคในอนาคต ทั้งสำหรับลูกน้อยเองและสมาชิกในครอบครัวที่มีความเข้ากันได้ทางพันธุกรรม

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพในปัจจุบัน การจัดเก็บสเต็มเซลล์จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพอย่างรอบคอบ MEDEZE Group ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานห้องปฏิบัติการระดับสากล และได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตและกระจายยา (GMDP) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอนตั้งแต่การจัดเก็บ ขนส่ง คัดแยก ไปจนถึงการจัดเก็บระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่าเซลล์ของลูกคุณจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

"เก็บสเต็มเซลล์วันนี้ คือการเพิ่มทางเลือกทางการแพทย์ในวันข้างหน้า"

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสเต็มเซลล์กับ MEDEZE Group

บริการจัดเก็บสเต็มเซลล์สำหรับทารกแรกเกิด

การเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่แรกเกิด คือหนึ่งในการวางแผนสุขภาพระยะยาวที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกน้อย สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือและเนื้อเยื่อสายสะดือเป็นทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูง สามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคทางโลหิตวิทยา ภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงโรคทางพันธุกรรมบางประเภท และยังมีการศึกษาวิจัยต่อเนื่องในด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู

ที่ MEDEZE Group เราให้บริการจัดเก็บสเต็มเซลล์สำหรับทารกแรกเกิดด้วยมาตรฐานห้องปฏิบัติการระดับสากล ภายใต้กระบวนการที่ควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างในห้องคลอด การขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ ไปจนถึงการคัดแยกและจัดเก็บในระบบแช่แข็งอุณหภูมิต่ำพิเศษ (-196°C) เพื่อคงประสิทธิภาพของเซลล์ในระยะยาว

มอบโอกาสทางการแพทย์ให้ลูกตั้งแต่วันแรกของชีวิต
วางแผนเก็บสเต็มเซลล์กับ MEDEZE Group วันนี้ ได้ทั้งจากเนื้อเยื่อสายสะดือ และเลือดสายสะดือ

บริการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อสายสะดือ (Placenta and Cord Tissue)

ภายในรกและสายสะดือมีสารลักษณะคล้ายเจลที่เรียกว่า Wharton’s Jelly ซึ่งอุดมไปด้วย เซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cells: MSCs) สามารถจัดเก็บได้ง่ายหลังการคลอดโดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรืออันตรายใดๆ MSCs มีคุณสมบัติพิเศษในการพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ หลอดเลือด กระดูกอ่อน และอวัยวะ โดดเด่นในด้าน เวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ในการรักษาภาวะเสื่อมต่างๆ เช่น:

  • โรคทางระบบประสาทและความจำ (Neurological & Memory Disorders): โรคอัลไซเมอร์, โรคความจำเสื่อม, โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease) และอัมพฤกษ์อัมพาต

  • สภาวะเสื่อมของอวัยวะภายใน: โรคตับแข็ง, โรคหลอดเลือดหัวใจ และภาวะเนื้อเยื่อถูกทำลาย

  • การฟื้นฟูกระดูกอ่อนผิวข้อ (Cartilage Regeneration): มีงานวิจัยทางคลินิกรองรับในการฟื้นฟูกระดูกอ่อนผิวข้อในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหว

  • การดูแลสุขภาพ ชะลอวัย และความงาม (Anti-Aging & Wellness): ช่วยฟื้นฟูความสมบูรณ์ของเซลล์จากภายใน

บริการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากเนื้อเยื่อสายสะดือ (Placenta and Cord Tissue)

บริการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดสายสะดือ (Cord Blood)

เลือดสายสะดือนั้นอุดมไปด้วย เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Hematopoietic Stem Cells: HSCs) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด กระบวนการเก็บสกัดของ MEDEZE มีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือความเจ็บปวดต่อทั้งทารกแรกเกิดและคุณแม่ เนื่องจากจะดำเนินการหลังจากสายสะดือถูกหนีบและตัดเรียบร้อยแล้ว มีศักยภาพทางการแพทย์ในการใช้รักษาและฟื้นฟูโรคเกี่ยวกับระบบเลือดและระบบภูมิคุ้มกันได้มากกว่า 80 โรค ตัวอย่างเช่น:

  • โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย (Thalassemia): ทั้งชนิดเบต้าธาลัสซีเมีย และความผิดปกติของฮีโมโกลบิน

  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia): ทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง (ALL, AML, CLL, CML) และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)

  • โรคที่เกี่ยวกับการสร้างเม็ดเลือดและไขกระดูกฝ่อ: โรคไขกระดูกฝ่อรุนแรง (Severe Aplastic Anemia) และ Fanconi Anemia

  • โรคไขกระดูกผิดปกติ (Myelodysplastic Syndrome): รวมถึงมะเร็งไขกระดูก

  • โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด: เช่น Severe Combined Immunodeficiency (SCID) และโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)

บทพิสูจน์ทางการแพทย์และมาตรฐานการจัดสเต็มเซลล์ระดับโลก

บทพิสูจน์ทางการแพทย์และมาตรฐานการจัดสเต็มเซลล์ระดับโลก

การจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือได้รับการยอมรับและพิสูจน์ผลทางการแพทย์ระดับสากลมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990

โดยได้รับการยืนยันว่าสเต็มเซลล์ที่ผ่านการแช่แข็งอย่างมีมาตรฐาน สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในการรักษาฟื้นฟูระบบเลือดและระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยได้จริง ทั้งในคลังสเต็มเซลล์ภาครัฐและภาคเอกชนทั่วโลก

  • คลังสเต็มเซลล์มากกว่า 400 แห่งทั่วโลก: สะท้อนถึงการยอมรับในมาตรฐานการจัดเก็บ

  • มากกว่า 800,000 ยูนิต: ในคลังสเต็มเซลล์สายสะดือภาครัฐทั่วโลก

  • มากกว่า 6,000,000 – 8,000,000 ยูนิต: ในธนาคารสเต็มเซลล์ภาคเอกชนทั่วโลก

งานวิจัยทางคลินิกและเคสการฟื้นฟูรักษาจริง (Clinical Evidence)

ศักยภาพในการฟื้นฟูระบบเลือดและภูมิคุ้มกันด้วย สเต็มเซลล์ชนิดสร้างเม็ดเลือด (Hematopoietic Stem Cells: HSCs) มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และรายงานการรักษาจริงรองรับในระดับสากล:

ค.ศ. 1988 (ความสำเร็จครั้งแรกของโลกในการรักษา Fanconi Anemia): Dr. Eliane Gluckman ประสบความสำเร็จในการใช้สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือรักษาผู้ป่วยเด็กโรค Fanconi Anemia ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของธนาคารสเต็มเซลล์ทั่วโลก

ค.ศ. 2007 (การรักษา มะเร็งเม็ดเลือดขาว ALL ด้วยสเต็มเซลล์ส่วนบุคคล): รายงานการรักษาเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่เป็นโรค leukemia (ALL) กลับเป็นซ้ำ โดยใช้สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือของตนเองที่ฝากเก็บไว้แต่แรกเกิด (Autologous Cord Blood Transplant) หลังได้รับการรักษา พบว่าผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์และปลอดโรคยาวนานกว่า 20 เดือน

ค.ศ. 2013 (การรักษา โรคไขกระดูกฝ่อรุนแรง SAA): ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยเด็กภาวะไขกระดูกฝ่อ (Severe Aplastic Anemia) ด้วยสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือส่วนบุคคล ซึ่งเป็นทางเลือกการรักษาแรกที่มีความปลอดภัยและช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

งานวิจัยทางคลินิกและเคสการฟื้นฟูรักษาจริง (Clinical Evidence)
งานวิจัยทางคลินิกและเคสการฟื้นฟูรักษาจริง

ขอบเขตการฟื้นฟูรักษาโรคด้วยสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือ (Cord Blood)

เลือดสายสะดืออุดมไปด้วย เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (HSCs) ซึ่งได้รับการอนุมัติทางการแพทย์ให้ใช้ในการรักษาและฟื้นฟูโรคมากกว่า 80 โรคครอบคลุม 4 กลุ่มโรคหลัก ได้แก่:

1.กลุ่มโรคมะเร็งเม็ดเลือดและระบบน้ำเหลือง (Malignancies):

  • มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง (Acute Lymphoblastic Leukemia: ALL, Acute Myelogenous Leukemia: AML, Chronic Lymphocytic Leukemia: CLL, Chronic Myelogenous Leukemia: CML)

  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Hodgkin’s Disease, Non-Hodgkin’s Lymphoma, Burkitt’s Lymphoma)

  • มะเร็งไขกระดูก (Multiple Myeloma) และมะเร็งเซลล์ประสาท (Neuroblastoma)

2.กลุ่มโรคความผิดปกติทางระบบเมแทบอลิซึม (Metabolic Diseases / Disorders):

  • โรคสะสมไขมันและสารเคมีผิดปกติแต่กำเนิด เช่น Gaucher Disease, Hurler Disease, Krabbe Disease, Leukodystrophy, Tay Sachs Disease, Sanfilippo Disease และ Hunter/Hurler-Scheie Disease

3.กลุ่มโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องและผิดปกติ (Immune Deficiencies / Disorders):

  • โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรงแต่กำเนิด (Severe Combined Immune Deficiency: SCID)

  • โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Systemic Lupus Erythematosus: SLE)

  • DiGeorge Syndrome, Wiskott-Aldrich Syndrome และ Omenn Syndrome

4.กลุ่มโรคความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดและไขกระดูก (Blood Cell Defects):

  • โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย (Thalassemia / b Thalassemia)

  • โรคไขกระดูกฝ่อรุนแรง (Severe Aplastic Anemia: SAA, Fanconi Anemia)

  • โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle Cell Disease) และโรคไขกระดูกผิดปกติ (Myelodysplastic Syndrome)

แนวนางการรักษา

ขั้นตอนการติดต่อรับบริการเก็บสเต็มเซลล์ที่ MEDEZE Group

5 ขั้นตอนฝากเก็บ

STEM CELL จากสายสะดือ (HPC)

  1. ลงทะเบียน & รับชุดจัดเก็บ

    ติดต่อ MEDEZE เพื่อทำสัญญาและรับกล่องเก็บตัวอย่างล่วงหน้าสำหรับเตรียมพร้อมในวันคลอด

  2. จัดเก็บ & ขนส่ง (วันคลอด)

    แพทย์ดำเนินการเก็บเลือดสายสะดือและเลือดมารดา ขนส่งเข้าห้องปฏิบัติการด้วยกล่องควบคุมอุณหภูมิ (4–25°C) อย่างปลอดภัย

  3. ตรวจคัดกรองความปลอดภัย

    ตรวจเลือดมารดาเพื่อคัดกรองโรคติดเชื้อ (เช่น HIV, ไวรัสตับอักเสบ, ซิฟิลิส) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของกระบวนการ

  4. คัดแยก & ตรวจคุณภาพเซลล์

    คัดแยกสเต็มเซลล์ด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ AXP AutoXpress™ พร้อมตรวจสอบจำนวน อัตราการรอดชีวิต และความปราศจากเชื้อ

  5. แช่แข็ง & ดูแลยาว 60 ปี

    แช่แข็งเซลล์ที่อุณหภูมิ -196°C ดูแลยาวนาน 60 ปีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม การันตีด้วยมาตรฐานสากล AABB

ครอบครัวและลูกน้อย

สเต็มเซลล์จากทารก ใช้ได้กี่คนในครอบครัว

โดยทั่วไป บริการเก็บสเต็มเซลล์จากทารกแรกเกิด (Newborn Stem Cell Banking) สามารถนำไปใช้ได้มากกว่า 1 คนในครอบครัว แต่ขึ้นอยู่กับ “ความเข้ากันได้ทางพันธุกรรม” หรือ HLA Matching เป็นสำคัญ

  • ตัวทารกเอง (เจ้าของเซลล์): มีความเข้ากันได้ 100% สามารถนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ปฏิเสธเนื้อเยื่อ

  • พี่น้องร่วมพ่อแม่เดียวกัน: มีโอกาสเข้ากันได้สูงถึง 25–50%

  • คุณพ่อ คุณแม่ และญาติใกล้ชิด: มีโอกาสนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ตามระดับความเข้ากันได้ทางพันธุกรรม

MEDEZE เก็บสเต็มเซลล์ คุ้มค่า มั่นใจ ด้วยมาตรฐานระดับสากล

บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารสเต็มเซลล์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยมูลค่าบริษัท 6,568,000,000 บาท (ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2569) มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการให้บริการในระดับสูงสุด:

1. หนังสือรับรองมาตรฐาน GMDP จาก อย. (กระทรวงสาธารณสุข)

  • ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMDP (Certificate No. 1-2-07-17-26-00050): ได้รับ หนังสือรับรองมาตรฐานหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตและการกระจายยา (Good Manufacturing Practice & Good Distribution Practice) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข

  • สอดคล้องมาตรฐานสากล PIC/S GMP & PIC/S GDP: ผ่านการตรวจประเมินสถานประกอบการที่มีความสอดคล้องและทัดเทียมกับหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล PIC/S สำหรับผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์

  • ครอบคลุมผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัด (Cell Therapy Products): ได้รับการรับรองในขอบเขตการผลิต การปล่อยผ่านรุ่นผลิต (Batch Certification) และการควบคุมคุณภาพ (Microbiological, Chemical/Physical, Biological Testing) ของ Mesenchymal Stem Cells (HUMAN ADIPOSE TISSUE-DERIVED MSC)

  • รับรองการผลิตยาสำหรับงานวิจัยทางคลินิกในมนุษย์: ครอบคลุมประเภทผลิตภัณฑ์ยาสำหรับทำการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 (Phase I, II Clinical Trials) โดยใบรับรองมีผลคุ้มครองถึง 23 สิงหาคม 2572

2. มาตรฐานรับรองระดับสากล และนวัตกรรมทางการแพทย์

  • AABB Accreditation: ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกจาก AABB ครอบคลุมการคัดแยก เพาะเลี้ยง และแช่แข็งสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือ เนื้อเยื่อสายสะดือ และไขมัน

  • ISO 9001:2015: บริหารจัดการระบบคุณภาพอย่างเป็นระบบต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556

  • ผู้นำโครงการ ATMPs Sandbox: ได้รับคัดเลือกเป็นภาคเอกชนในโครงการพัฒนายาขั้นสูงจากสเต็มเซลล์ (Advanced Therapy Medicinal Products) และ NK Cell Immunotherapy ของประเทศไทย

  • เทคโนโลยี AXP AutoXpress® & Closed System: ใช้ระบบปิดปลอดเชื้อขั้นสูง ร่วมกับเทคโนโลยีคัดแยกอัตโนมัติเพื่อคงความสมบูรณ์ของเซลล์สูงสุด

3. สิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้ถือกรมธรรม์ MEDEZE (Special Benefits)

  • ดูแลการแช่แข็งยาวนาน 60 ปี (60-Year Cryopreservation): ไม่มีค่าธรรมเนียมการจัดเก็บรายปีแอบแฝง

  • การันตีคุณภาพการจัดเก็บ 30 ปี (30-Year Guarantee): คุ้มครองคุณภาพเซลล์ด้วยวงเงินชดเชย 10 เท่าของค่าธรรมเนียมการจัดเก็บ

  • วงเงินประกันภัยการรักษาพยาบาล 2,000,000 บาท: สำหรับการใช้สเต็มเซลล์เลือดสายสะดือเพื่อการปลูกถ่ายทางไขกระดูก โดยรับประกันภัยจาก บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)

  • MEDEZE Application: ระบบติดตามสถานะการฝากเก็บ ตรวจสอบจำนวนเซลล์ และดำเนินการเบิกใช้เซลล์ส่วนตัวได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • เอกสิทธิ์เฉพาะครอบครัว MEDEZE: สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ และรับนิตยสารประจำปี MEDEZE Annual Magazine ส่งตรงถึงบ้าน

MEDEZE Group : Promotion & Package

ลงทุนครั้งเดียวเพื่อสุขภาพในระยะยาวของคุณและคนที่คุณรัก ด้วยเทคโนโลยีการเก็บรักษาสเต็มเซลล์มาตรฐานสากล ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ

เก็บสเต็มเซลล์จากไขมัน (กรณีดูดหรือตัดชิ้นเนื้อ)

ราคาเริ่มต้น 150,000 บาท

เก็บสเต็มเซลล์จากไขมัน (กรณีผ่าคลอด)

ราคาเริ่มต้น 95,000 บาท

เก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อสายสะดือ

ราคาเริ่มต้น 95,000 บาท

เก็บสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือ

ราคาเริ่มต้น 69,000 บาท

world class healthcare

คำถามที่พบบ่อย

จำเป็นแค่ไหนที่ต้องเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่แรกเกิด?

การเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือคือ “โอกาสเดียวในชีวิต” ในช่วงเวลาคลอดเท่านั้น เซลล์แรกเกิดเป็นเซลล์ที่บริสุทธิ์ ไม่เคยผ่านการเสื่อมถอยตามวัยหรือสารเคมี เมื่อผ่านวันคลอดไปแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับมาเก็บเซลล์จากสายสะดือที่มีคุณภาพสูงเช่นนี้ได้อีก

การเก็บสเต็มเซลล์ปลอดภัยกับแม่และลูกไหม?

ปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อย เพราะแพทย์จะดำเนินการเก็บเลือดและเนื้อเยื่อสายสะดือหลังจากทารกคลอดออกมาและมีการหนีบตัดสายสะดือเรียบร้อยแล้ว จึงไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และไม่เพิ่มความเสี่ยงในกระบวนการคลอด

ต่างจากการเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันหรือไม่?

สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือเด่นด้านเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (HSCs) ซึ่งใช้ในการรักษาโรคระบบเลือดและภูมิคุ้มกัน ส่วนสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อสายสะดือและไขมันเด่นด้านเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์ (MSCs) ซึ่งมีศักยภาพในการนำไปใช้ในเวชศาสตร์ฟื้นฟู สภาวะเสื่อมของอวัยวะ ข้อเสื่อม และการชะลอวัย การเก็บสเต็มเซลล์ทั้งสองแหล่งคู่กันจึงช่วยเพิ่มทางเลือกทางการแพทย์ได้ครอบคลุมมากขึ้น

ควรเลือกธนาคารสเต็มเซลล์อย่างไร?

ควรพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • 1.ความน่าเชื่อถือขององค์กรและสถานะทางการเงิน เช่น เป็นบริษัทมหาชนใน SET

  • 2.การได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น AABB และ ISO 9001:2015

  • 3.การรับรองมาตรฐาน GMDP จาก อย.

  • 4.หลักประกันคุ้มครองระยะยาว เช่น วงเงินประกันภัยการรักษาและสัญญาดูแล 60 ปี

การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?

ราคาเก็บสเต็มเซลล์ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น แหล่งที่เก็บสเต็มเซลล์ว่าเป็นเลือดสายสะดือของทารกแรกเกิดหรือเนื้อเยื่อไขมันของผู้ใหญ่ เทคโนโลยีที่ใช้ในการคัดแยกและเพาะเลี้ยงเซลล์ มาตรฐานห้องปฏิบัติการ รวมถึงระยะเวลาการจัดเก็บว่าต้องการเก็บกี่ปีหรือแบบระยะยาว