Placenta คืออะไร? เจาะลึกประโยชน์ของเซลล์สำคัญที่มีต่อสุขภาพในอนาคต

placenta คืออะไร

Placenta คือรกตั้งครรภ์ เป็นอวัยวะสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างแม่สู่ลูก โดยหน้าที่ของรกคือการส่งผ่านสารอาหารให้ทารกเติบโตอย่างสมบูรณ์ ในปัจจุบันมีนวัตกรรมการจัดเก็บสเต็มเซลล์จากรกหลังคลอด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการฟื้นฟูสุขภาพและรักษาโรคต่าง ๆ ในอนาคตได้

บทความนี้ MEDEZE จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับความสำคัญของ Placenta หรือรกในครรภ์กันให้มากขึ้น มีหน้าที่อะไร ส่งผลต่อการพัฒนาทารกในครรภ์อย่างไร พร้อมเช็กความเสี่ยงภาวะรกผิดปกติที่ต้องระวัง เพื่อให้คุณแม่เข้าใจร่างกายและเตรียมพร้อมเก็บสเต็มเซลล์เพื่อลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ

KEY TAKEAWAY

    • Placenta คือรกตั้งครรภ์ เป็นอวัยวะสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างแม่สู่ลูก โดยมีหน้าที่ส่งผ่านสารอาหารให้ทารกเติบโตอย่างสมบูรณ์

    • หน้าที่ของรกหลัก ๆ คือ ลำเลียงอาหารและออกซิเจน, กรองและขับถ่ายของเสีย, สร้างฮอร์โมนพยุงครรภ์, ส่งต่อภูมิคุ้มกัน, และป้องกันอันตรายแก่มารกในครรภ์

    • การฝากครรภ์และติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะรกผิดปกติ และช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมความพร้อมสำหรับการคลอดและการเก็บสเต็มเซลล์ได้อย่างเหมาะสม

    • การเก็บสเต็มเซลล์จากรกตั้งแต่แรกเกิดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการวางแผนสุขภาพระยะยาวสำหรับลูกน้อยและครอบครัว

ทำความรู้จัก Placenta (พลาเซนต้า) คืออะไร?

รกหรือ Placenta คืออะไร

Placenta (พลาเซนต้า) หรือ รก คืออวัยวะที่เกิดจากเซลล์โทรโฟบลาสต์ (Trophoblast) หลังการปฏิสนธิและพัฒนาขึ้นภายหลังการฝังตัวในผนังมดลูก ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญระหว่างมารดาและทารก ลำเลียงออกซิเจน สารอาหาร และสารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก พร้อมทั้งผลิตฮอร์โมนที่ช่วยสนับสนุนการตั้งครรภ์ให้ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ รกยังอุดมด้วยสารชีวภาพหลายชนิด เช่น โกรทแฟกเตอร์ (Growth Factors), กรดอะมิโน, วิตามิน, เปปไทด์ และสารที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน การซ่อมแซม และการแบ่งตัวของเซลล์ จึงได้รับความสนใจทั้งในด้านการแพทย์และการเก็บสเต็มเซลล์จากรกหลังคลอด เพื่อประโยชน์ในการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพในอนาคต

Placenta มีหน้าที่สำคัญอย่างไร?

รกทารกเปรียบเสมือนระบบหล่อเลี้ยงชีวิตที่มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตและส่งผลต่อน้ำหนักทารกในครรภ์ โดยหน้าที่ของรกหลัก ๆ มี 5 ประการดังนี้

    • ส่งสารอาหารและออกซิเจนให้ทารก ช่วยลำเลียงสารอาหารสำคัญ เช่น กลูโคส กรดอะมิโน และออกซิเจน จากแม่ไปสู่ทารก เพื่อการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์

    • กำจัดของเสียจากทารก ทำหน้าที่เหมือนตัวกรอง ช่วยขับของเสีย เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และสารที่เกิดจากการเผาผลาญ ส่งกลับไปยังร่างกายแม่เพื่อกำจัดออก

    • ผลิตฮอร์โมนสำคัญในการตั้งครรภ์ สร้างฮอร์โมน เช่น hCG, progesterone และ estrogen ที่ช่วยคงสภาพการตั้งครรภ์และสนับสนุนการพัฒนาของทารก

    • ช่วยควบคุมภูมิคุ้มกันระหว่างแม่และทารก ลดความเสี่ยงที่ระบบภูมิคุ้มกันของแม่จะตอบสนองต่อตัวอ่อน ช่วยให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปได้อย่างปลอดภัย

    • เป็นแหล่งเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) Placenta เป็นแหล่งของเซลล์ต้นกำเนิดที่มีศักยภาพสูง สามารถนำไปใช้ในการวิจัยและงานด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูในอนาคต

การใช้ประโยชน์จาก Placenta เหมาะกับใคร ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง

การแพทย์และเวชศาสตร์ความงามสมัยใหม่เริ่มมีการนำสารสกัดจาก Placenta มาใช้ประโยชน์ ด้วยศักยภาพในการนำไปต่อยอดเพื่อการดูแลสุขภาพในหลากหลายด้าน

ด้านความงาม

สารสกัดจาก Placenta ได้รับความสนใจในด้านการดูแลผิว โดยเชื่อว่ามีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ และฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทั้งครีม เซรั่ม และมาส์กที่ใช้สารสกัดจากรกมนุษย์ (Human Placenta Extract หรือ HPE) ซึ่งอุดมด้วยโปรตีน กรดอะมิโน เปปไทด์ วิตามิน และโกรทแฟกเตอร์ เป็นส่วนผสม ทั้งนี้ผู้บริโภคควรเลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และปรึกษาแพทย์ก่อนหากต้องการใช้ในรูปแบบที่เข้มข้นกว่าปกติ

ด้านสุขภาพ

นอกจากคุณค่าด้านความงามแล้ว รกและสายสะดือยังเป็นแหล่งสำคัญของเซลล์ต้นกำเนิดที่มีศักยภาพทางการแพทย์ โดยสเต็มเซลล์จากรกและสายสะดือจะอยู่ในสารลักษณะคล้ายเจลที่เรียกว่า Wharton's jelly ซึ่งอุดมไปด้วยเซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์(Mesenchymal Stem Cells: MSCs)สามารถเก็บได้ง่ายหลังการคลอด และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือความเจ็บปวดต่อทั้งทารกและคุณแม่ ด้วยศักยภาพในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ สารชีวภาพจาก Placenta จึงได้รับความสนใจด้านสุขภาพในหลายกลุ่ม เช่น

    • ที่ต้องการเพิ่มภูมิคุ้มกัน: Placenta มีสารชีวภาพสำคัญที่มีบทบาทต่อการซ่อมแซมเซลล์ ลดการอักเสบ และสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

    • สตรีหลังคลอด: Placenta เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด ช่วยสนับสนุนการปรับสมดุลของร่างกาย ลดความอ่อนล้า และเตรียมความพร้อมของร่างกายคุณแม่หลังคลอด

HPE และ PRP สารสำคัญที่ช่วยเรื่องความงามและสุขภาพใน Placenta

ด้วยความก้าวหน้าของเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ทำให้มีสารออกฤทธิ์ที่ถูกนำมาใช้ดูแลทั้งสุขภาพและความงาม โดยสองชนิดที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกันคือ HPE (Human Placenta Extract) และ PRP (Platelet Rich Plasma) ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันด้านการฟื้นฟูเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ แต่ต่างกันที่แหล่งที่มาและกลไกการทำงาน

HPE Placenta Extract

Human Placenta Extract (HPE) คือสารสกัดที่ได้จากรก ซึ่งประกอบด้วยโปรตีน เอนไซม์ เปปไทด์ วิตามิน กรดอะมิโน และโกรทแฟกเตอร์ (Growth Factors) ที่มีบทบาทต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ โดยมีการศึกษาที่ระบุว่า HPE อาจมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความสนใจในด้านการฟื้นฟูผิวและการดูแลสุขภาพ

PRP Platelet Rich Plasma

Platelet Rich Plasma (PRP) คือพลาสมาที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือดสูง ได้จากการนำเลือดของผู้รับบริการเองมาผ่านกระบวนการปั่นแยก เนื่องจากเกล็ดเลือดเป็นแหล่งของโกรทแฟกเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ PRP จึงมีการนำมาใช้ทั้งในด้านการฟื้นฟูผิวพรรณ การดูแลเส้นผม และการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ โดยเป็นหัตถการที่ใช้เซลล์จากร่างกายของผู้รับบริการเอง

ทั้งนี้ การเลือกใช้ HPE หรือ PRP ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและเป้าหมายในการดูแลสุขภาพของแต่ละบุคคล

Placenta ของขวัญล้ำค่าจากธรรมชาติที่คุณเก็บรักษาได้ กับ MEDEZE

Placenta หรือรก เป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนจากแม่สู่ทารก เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตตลอดการตั้งครรภ์ นอกจากนี้ รกยังเป็นแหล่งของสเต็มเซลล์ที่มีศักยภาพและได้รับความสนใจในทางการแพทย์ ด้วยเหตุนี้ คุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการเก็บสเต็มเซลล์จากรกตั้งแต่แรกเกิด เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการวางแผนดูแลสุขภาพและรองรับโอกาสในการรักษาทางการแพทย์ในอนาคต

MEDEZE Group ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานธนาคารเซลล์ (Cell Bank) อย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุข ให้บริการจัดเก็บสเต็มเซลล์ภายใต้มาตรฐานสากลและเทคโนโลยีการจัดเก็บที่ทันสมัย พร้อมเป็นทางเลือกสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการวางแผนเก็บสเต็มเซลล์จากรกและสายสะดือของลูกน้อยหลังคลอด

ด้วยกระบวนการจัดเก็บภายใต้มาตรฐานสากลและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้รับการรับรองจาก AABB ครอบคลุมทั้งการคัดแยก เพาะเลี้ยง และแช่แข็งสเต็มเซลล์จากเลือดและเนื้อเยื่อสายสะดือ ภายใต้เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง AXP AutoXpress® Platform และระบบจัดเก็บแบบ Cryopreservation ในห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อระบบปิด (Closed System) เพื่อคงคุณภาพของเซลล์ให้พร้อมสำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

สเต็มเซลล์จากรก (Placenta Stem Cells) เก็บได้ตอนไหน?

สเต็มเซลล์จากรก (Placenta Stem Cells) หรือเนื้อเยื่อหุ้มรก สามารถเก็บได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต คือ ช่วงขณะที่คลอดทารกเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่เซลล์มีความอ่อนเยาว์และมีคุณภาพสูงสุด

Placenta แตกต่างจากเลือดสายสะดืออย่างไร?

Placenta และเลือดสายสะดือเป็นคนละส่วนกัน โดยเลือดสายสะดือจะอยู่ภายในสายสะดือและหลอดเลือดของรก ส่วน Placenta คือเนื้อเยื่อของรกเอง ซึ่งทั้งสองแหล่งสามารถพบเซลล์ต้นกำเนิดที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน และสามารถเก็บรักษาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้

การเก็บ Placenta มีความปลอดภัยต่อแม่และทารกหรือไม่?

การเก็บ Placenta จะดำเนินการหลังทารกคลอดและตัดสายสะดือเรียบร้อยแล้ว จึงไม่ส่งผลกระทบต่อแม่หรือทารก และไม่รบกวนกระบวนการคลอดตามปกติ