Cord Blood คืออะไร? รู้จักสเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือหลังคลอด

ช่วงเวลาหลังคลอดเพียงไม่กี่นาทีคือโอกาสเดียวที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถเก็บ Cord Blood เอาไว้ได้ เพราะ Cord Blood คือเลือดที่เหลืออยู่ในสายสะดือและรกหลังการคลอด ซึ่งอุดมไปด้วยเซลล์ต้นกำเนิดที่ร่างกายผู้ใหญ่แทบไม่สามารถหาทดแทนได้ในปริมาณเดียวกัน หลายครอบครัวจึงเลือกจัดเก็บไว้เผื่อโอกาสในการรักษาโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยหรือสมาชิกในครอบครัวในอนาคต
Key Takeaways
Cord Blood คือ เลือดที่เหลือในสายสะดือและรกหลังคลอด อุดมด้วย Hematopoietic Stem Cells ที่พัฒนาเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดได้
เลือดจากสายสะดือสามารถเก็บได้เพียงครั้งเดียวในช่วงไม่กี่นาทีหลังคลอด หากพลาดช่วงเวลานี้ไปแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับมาเก็บใหม่ได้อีก
Cord Blood สามารถนำมาใช้รักษาตัวเองหรือเก็บไว้ให้ลูกน้อยในอนาคตได้ และมีโอกาสเข้ากันได้กับพี่น้องสูงถึง 1 ใน 4 ซึ่งมากกว่าการหาผู้บริจาคทั่วไปหลายเท่า
กระบวนการเก็บไม่เจ็บ ไม่เสี่ยง และไม่รบกวนขั้นตอนการคลอดตามปกติ ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด
Cord Blood คืออะไร
Cord Blood หรือ Umbilical Cord Blood คือ เลือดปริมาณเล็กน้อยที่ตกค้างอยู่ในสายสะดือและรกภายหลังจากที่ทารกคลอดออกมาแล้ว โดยทั่วไปแพทย์หรือพยาบาลจะเป็นผู้ทำ Cord Blood Collection หรือก็คือขั้นตอนการเจาะเก็บเลือดจากสายสะดือทันทีหลังตัดสายสะดือ ก่อนที่รกจะคลอดตามมา
เลือดส่วนนี้มีความพิเศษตรงที่อุดมไปด้วย Hematopoietic Stem Cells หรือเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ซึ่งเป็นเซลล์ตั้งต้นที่สามารถแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็น Blood Cells ชนิดต่าง ๆ ได้ครบถ้วน
องค์ประกอบของเลือดสายสะดือและ Hematopoietic Stem Cell
Hematopoietic Stem Cell (HSC) ที่อยู่ใน Cord Blood มีความสามารถในการแบ่งตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็น Blood Cells พื้นฐานของร่างกายได้ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
เม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย
เม็ดเลือดขาว ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันของระบบภูมิคุ้มกัน
Blood Cells Platelets หรือเกล็ดเลือด ที่ช่วยในกระบวนการแข็งตัวของเลือดเมื่อเกิดบาดแผล
จุดที่ทำให้ Cord Blood มีคุณค่าอย่างมากคือ ต้องเก็บทันทีหลังคลอดเท่านั้น หากปล่อยผ่านไปจะไม่สามารถย้อนกลับมาเก็บซ้ำได้อีก ต่างจาก Stem Cell จากแหล่งอื่นในร่างกายผู้ใหญ่ที่ยังพอมีโอกาสเก็บใหม่ได้ในภายหลัง ด้วยเหตุนี้ครอบครัวที่สนใจจึงควรวางแผนล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดคลอดเสมอ
Cord Blood ต่างจากสเต็มเซลล์แหล่งอื่นอย่างไร
สเต็มเซลล์สามารถพบได้จากหลายแหล่งในร่างกาย และแต่ละแหล่งก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป โดย Cord Blood หรือเลือดจากสายสะดือ เป็นแหล่งสำคัญของ Hematopoietic Stem Cell (HSC) หรือเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ซึ่งสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เม็ดเลือดชนิดต่าง ๆ และมีบทบาทสำคัญต่อระบบเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน
ขณะที่แหล่งสเต็มเซลล์ในผู้ใหญ่ เช่น ไขกระดูก (Bone Marrow) สามารถพบได้ทั้งเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตและ Mesenchymal Stem Cell (MSC) ส่วนเนื้อเยื่อไขมันเป็นอีกแหล่งที่สามารถคัดแยก MSC ได้ ซึ่งเซลล์กลุ่มนี้มีศักยภาพในการพัฒนาไปเป็นเซลล์ของเนื้อเยื่อหลายชนิด เช่น กระดูก กระดูกอ่อน และเซลล์ไขมัน จึงมีการศึกษาและนำไปใช้ในด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ขั้นตอนการเก็บเซลล์ การเก็บสเต็มเซลล์จากไขกระดูกในผู้ใหญ่จำเป็นต้องผ่านหัตถการทางการแพทย์และอาจทำให้ผู้บริจาครู้สึกเจ็บหรือไม่สบายตัวได้ ขณะที่ Cord Blood สามารถเก็บได้หลังทารกคลอดและตัดสายสะดือแล้ว โดยไม่ต้องทำหัตถการเพิ่มเติมกับทารก จึงไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดต่อคุณแม่หรือทารกจากขั้นตอนการเก็บ Cord Blood โดยตรง
Cord Blood ช่วยรักษาโรคอะไรได้บ้าง

เนื่องจาก Cord Blood อุดมไปด้วย Hematopoietic Stem Cell ที่พร้อมพัฒนาไปเป็น Blood Cells ของระบบเลือดและภูมิคุ้มกัน ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในรูปแบบของการทำ Blood Transplant หรือการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต เพื่อรักษากลุ่มโรคดังต่อไปนี้
โรคเลือดที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย และโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว
มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด
โรคไขกระดูกฝ่อ หรือภาวะที่ไขกระดูกไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดได้ตามปกติ
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิดบางชนิด
โรคทางเมตาบอลิซึมบางชนิดที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเลือด
ทั้งนี้การนำ Cord Blood มาใช้รักษาจริงในแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อ และปริมาณเซลล์ที่จัดเก็บไว้ว่าเพียงพอต่อการรักษาหรือไม่
โอกาสเข้ากันได้ของเซลล์ (HLA Matching) เทียบกับแหล่งสเต็มเซลล์อื่น
ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้การเก็บ Cord Blood มีความคุ้มค่าคือเรื่องของโอกาสเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อ หรือ HLA Matching เจ้าของเซลล์เองสามารถนำ Cord Blood ของตัวเองกลับมาใช้ได้แทบจะทันที เพราะเป็นเซลล์ของตัวเองจึงไม่มีปัญหาเรื่องความเข้ากันของเซลล์
ในขณะที่พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน Cord Blood ก็ยังมีโอกาสที่จะเข้ากันได้สูงถึง 1 ใน 4 เมื่อเทียบกับการรอผู้บริจาคทั่วไปที่ไม่ใช่ญาติ โอกาสที่จะพบผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติแล้วเนื้อเยื่อเข้ากันได้นั้นต่ำกว่าการมีพี่น้องมาก และแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติของผู้ป่วย โดยข้อมูลจากทะเบียนผู้บริจาคนานาชาติชี้ว่าโอกาสพบผู้บริจาคที่เข้ากันได้ผ่านระบบทะเบียนกลางอยู่ในช่วงประมาณ 30-80%
ด้วยเหตุนี้ การมี Cord Blood ของครอบครัวเก็บไว้ล่วงหน้าจึงช่วยย่นระยะเวลาการรอคอยในกรณีที่ต้องใช้การรักษาแบบเร่งด่วน และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้สูงขึ้น เมื่อเทียบกับการต้องเริ่มค้นหาผู้บริจาคจากธนาคารสาธารณะตั้งแต่ต้น
การเก็บ Cord Blood มีขั้นตอนอย่างไร และมาตรฐานใดที่ควรให้ความสำคัญ

กระบวนการเก็บเลือดจากสายสะดือหรือ Cord Blood Collection คือขั้นตอนที่ต้องเริ่มต้นทันทีหลังทารกคลอดออกมาและถูกตัดสายสะดือแล้ว แพทย์หรือพยาบาลจะทำการเจาะเก็บเลือดจากสายสะดือและรกลงในถุงเก็บที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ไม่ทำให้คุณแม่หรือทารกรู้สึกเจ็บ และไม่รบกวนขั้นตอนการคลอดตามปกติแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นการคลอดแบบธรรมชาติหรือการผ่าคลอด
หลังจากเก็บตัวอย่างเรียบร้อยแล้ว Cord Blood จะถูกส่งเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบคุณภาพและปริมาณเซลล์ ก่อนเข้าสู่กระบวนการเตรียมเซลล์และแช่แข็งด้วยเทคนิค Cryopreservation ภายใต้การควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม ก่อนจัดเก็บในถังไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิต่ำมาก เพื่อรักษาคุณภาพและความมีชีวิตของเซลล์ให้พร้อมใช้งานในระยะยาว
ก่อนตัดสินใจเลือกธนาคารสำหรับเก็บสเต็มเซลล์ลูก ครอบครัวควรพิจารณามาตรฐานสำคัญ ดังนี้
การรับรองมาตรฐาน AABB ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านธนาคารเซลล์และการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด
ระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่รับตัวอย่างจนถึงจัดเก็บระยะยาว
ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมเอกสารรับรองคุณภาพเซลล์ที่ชัดเจนและโปร่งใส
ระหว่างธนาคาร Cord Blood แบบ Public กับแบบ Private ต่างกันอย่างไร แบบไหนตอบโจทย์การวางแผนสุขภาพของครอบครัว
ธนาคาร Cord Blood ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ ธนาคารสาธารณะ (Public Bank) และธนาคารส่วนตัว (Private Bank) ธนาคารสาธารณะจะรับบริจาค Cord Blood จากครอบครัวที่สมัครใจ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์กับผู้ป่วยรายอื่นที่มีเนื้อเยื่อเข้ากันได้ในระบบกลาง โดยเจ้าของเซลล์เดิมมักไม่สามารถเรียกคืนมาใช้เองได้ในภายหลัง ในขณะที่ธนาคารส่วนตัวจะจัดเก็บ Cord Blood ไว้เฉพาะสำหรับเจ้าของเซลล์และครอบครัวเท่านั้น ทำให้มั่นใจได้ว่าเซลล์จะพร้อมใช้งานทันทีเมื่อจำเป็น
สำหรับครอบครัวที่กำลังพิจารณาว่าจะฝากเก็บกับธนาคารประเภทใด ควรพิจารณาเกณฑ์ดังต่อไปนี้ประกอบการตัดสินใจ
มาตรฐานห้องปฏิบัติการและระบบจัดเก็บของธนาคาร เช่น AXP AutoXpress® Platform และระบบจัดเก็บแบบ Cryopreservation
การรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เช่น การรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข และมาตรฐานสากลอื่น ๆ เป็นต้น
ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลกระบวนการตลอดสายพาน ตั้งแต่เก็บตัวอย่างจนถึงจัดเก็บ
ความชัดเจนของผลตรวจวิเคราะห์เซลล์และใบรับรองคุณภาพที่ออกให้กับครอบครัวทุกครั้ง
Cord Blood คือทางเลือกเพื่อสุขภาพลูกน้อยที่ MEDEZE พร้อมดูแล
Cord Blood คือ เลือดจากสายสะดือที่อุดมด้วย Hematopoietic Stem Cells ซึ่งสามารถนำไปใช้รักษาโรคเลือดและโรคทางระบบภูมิคุ้มกันได้หลากหลายชนิด การเก็บทำได้ง่าย ปลอดภัย ไม่เจ็บ และมีโอกาสเดียวในชีวิตหลังคลอด การเลือกธนาคารที่ได้มาตรฐานสากลจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยการันตีคุณภาพของเซลล์ให้พร้อมใช้งานเมื่อจำเป็นในอนาคต
MEDEZE GROUP ธนาคารสเต็มเซลล์เจ้าแรกและเจ้าเดียวที่ผ่านการรับรองมาตรฐานธนาคารเซลล์ (Cell Bank) ในประเทศไทยตามกฎหมายราชกิจจานุเบกษาฉบับล่าสุด และยังได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุข พร้อมให้บริการจัดเก็บสเต็มเซลล์ภายใต้มาตรฐานสากลและเทคโนโลยีการจัดเก็บที่ทันสมัย ดูแลทุกขั้นตอนของการจัดเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดและเนื้อเยื่อสายสะดือทารก ภายใต้มาตรฐานระดับสากลที่ได้รับการรับรองจาก AABB ด้วยเทคโนโลยีการคัดแยกและจัดเก็บเซลล์ขั้นสูง ภายใต้เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง AXP AutoXpress® Platform และระบบจัดเก็บแบบ Cryopreservation หรือการแช่แข็งเซลล์ เพื่อคงคุณภาพและศักยภาพของสเต็มเซลล์สำหรับในอนาคต
นอกจากนี้ สายการผลิตเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคมาจากเนื้อเยื่อไขมันผู้ใหญ่ (Human Adipose Tissue-derived MSC) ของ MEDEZE ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GMDP PIC/S Certificate for Investigational Cell Therapy Products จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งเป็นการรับรองผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัด (Cell Therapy Product) โดยเฉพาะ สำหรับการผลิตยาชีววัตถุที่ใช้ในการวิจัยทางคลินิกระยะที่ 1-2 สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานเซลล์บำบัดของ MEDEZE อย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ควรเตรียมตัวเก็บ Cord Blood ตั้งแต่เมื่อไร และต้องแจ้งโรงพยาบาลล่วงหน้าหรือไม่?
ควรวางแผนตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของการตั้งครรภ์ และแจ้งความประสงค์กับโรงพยาบาลหรือธนาคารสเต็มเซลล์ล่วงหน้า เพื่อให้ทีมงานเตรียมอุปกรณ์เก็บตัวอย่างและประสานงานกับแพทย์ผู้ทำคลอดได้ทันเวลาในวันจริง
Cord Blood สามารถจัดเก็บไว้ได้นานแค่ไหน?
ด้วยเทคโนโลยี Cryopreservation ที่แช่แข็งเซลล์ในอุณหภูมิต่ำมาก Cord Blood จึงสามารถจัดเก็บรักษาคุณภาพไว้ได้เป็นระยะเวลานานหลายสิบปี
คุณแม่ผ่าคลอด สามารถเก็บ Cord Blood ได้หรือไม่?
สามารถเก็บได้ทั้งกรณีคลอดธรรมชาติและผ่าคลอด เนื่องจากขั้นตอนการเก็บทำภายหลังตัดสายสะดือแล้ว จึงไม่กระทบต่อกระบวนการคลอดหรือการผ่าตัดแต่อย่างใด
หากไม่ได้เก็บ Cord Blood ในวันคลอด สามารถกลับมาเก็บภายหลังได้หรือไม่?
ไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก Cord Blood ต้องเก็บทันทีหลังตัดสายสะดือเท่านั้น หากพลาดช่วงเวลานี้ไปแล้วจะไม่มีโอกาสย้อนกลับมาเก็บซ้ำได้อีก จึงควรวางแผนและแจ้งความประสงค์ล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดคลอด