คนท้องเป็นกรดไหลย้อน อาการเป็นอย่างไร หาสาเหตุพร้อมวิธีรับมือ

ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์คือการเดินทางอันน่าอัศจรรย์ แต่คุณแม่หลายท่านอาจต้องเผชิญกับปัญหาคนท้องเป็นกรดไหลย้อน ซึ่งมักทวีความรุนแรงขึ้นตามอายุครรภ์ที่เพิ่มมากขึ้น คนท้องที่มีอาการแสบท้อง แสบร้อนกลางอก แน่นท้อง หรือจุกเสียด ไม่เพียงแต่จะบั่นทอนคุณภาพชีวิตและการพักผ่อนของคุณแม่เท่านั้น แต่ยังสร้างความกังวลใจว่าอาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบใด ๆ ต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์หรือไม่
KEY TAKEAWAY
คนท้องเป็นกรดไหลย้อน เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ที่ทำให้หูรูดหลอดอาหารหย่อนตัวลง ผนวกกับขนาดมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นจนไปเบียดและเพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหาร
อาการกรดไหลย้อนในคนท้อง มักแสบร้อนรุนแรงจนนอนไม่หลับ กลืนอาหารลำบาก หรือน้ำหนักลดลงผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
กรดไหลย้อนตอนท้องรับมือได้ง่าย ๆ ด้วยการแบ่งทานอาหารมื้อเล็ก เคี้ยวให้ละเอียด หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและของทอด รวมถึงงดการนอนราบทันทีหลังมื้ออาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
คนท้องที่มีอาการแสบท้องขณะตั้งครรภ์จากกรดไหลย้อน อาการจะค่อย ๆ บรรเทาและหายเป็นปกติได้เองหลังจากการคลอดบุตรเสร็จสิ้น
กรดไหลย้อนในคนท้องคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
คนท้องเป็นกรดไหลย้อน คือภาวะที่น้ำกรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร ซึ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ที่ส่งผลให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารและระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติหรือหย่อนตัวลง ประกอบกับกระเพาะอาหารบีบตัวช้าลง ทำให้อาหารคั่งค้างและดันกรดไหลย้อนกลับขึ้นมาได้ง่ายกว่าปกติ
กรดไหลย้อนคนท้องส่งผลต่อลูกในครรภ์ไหม
คนท้องเป็นกรดไหลย้อน อาจส่งผลกระทบทางอ้อมได้หากคุณแม่มีอาการรุนแรงจนรับประทานอาหารได้น้อยลง พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือร่างกายทรุดโทรม ซึ่งอาจทำให้ทารกได้รับสารอาหารไม่เต็มที่ ดังนั้นการดูแลและควบคุมอาการอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ไม่ควรละเลย
อาการกรดไหลย้อนในคนท้องเป็นแบบไหน รู้ได้อย่างไร
คนท้องเป็นกรดไหลย้อน สร้างความอึดอัดและไม่สบายตัวให้คุณแม่ตั้งครรภ์อย่างมาก ซึ่งอาการส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกับคนปกติแต่เกิดขึ้นได้บ่อยและรุนแรงกว่า โดยคุณแม่สามารถสังเกตสัญญาณเตือนได้ดังนี้
แสบร้อนกลางอกและแน่นท้อง คนท้องแสบร้อนกลางอกลามไปถึงบริเวณลำคอร่วมกับอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อหลังรับประทานอาหาร
จุกเสียดและมีรสขมในปาก เจ็บหน้าอกหรือจุกเสียดหลังมื้ออาหาร มีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก รวมถึงมีอาการเรอเหม็นเปรี้ยว
คลื่นไส้และระคายเคืองคอ ไอแห้ง ๆ เจ็บคอ หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนบ่อยขึ้นจนทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง
ฉะนั้น การดูแลสุขภาพครรภ์ให้แข็งแรงและปลอดภัยจากอาการกรดไหลย้อน จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อเก็บสเต็มเซลล์หลังคลอดที่มีคุณภาพ ไว้เป็นหลักประกันสุขภาพในอนาคตสำหรับลูกน้อยและครอบครัวที่คุณรัก
สาเหตุที่ทำให้คนท้องเป็นกรดไหลย้อน มีสาเหตุใดบ้าง

คนท้องเป็นกรดไหลย้อน เกิดจากปัจจัยเฉพาะตัวหลายประการที่แตกต่างจากคนทั่วไป ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของร่างกายตลอดช่วงเวลาของการอุ้มท้อง โดยมีสาเหตุกรดไหลย้อน ดังนี้
ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายขณะตั้งครรภ์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของระบบกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่าง โดยฮอร์โมนนี้จะทำให้กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณดังกล่าวเกิดการคลายตัวผิดปกติ เปิดโอกาสให้กรดและน้ำย่อยภายในกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนกลับขึ้นมาได้ง่าย
ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง
กระบวนการทำงานของระบบย่อยอาหารในร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์จะทำงานได้ช้ากว่าปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณหลอดอาหารคลายตัวผิดปกติและประสิทธิภาพการย่อยอาหารลดลง เมื่ออาหารคั่งค้างอยู่ในกระเพาะเป็นเวลานานจึงกลายเป็นสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนตามมา
มดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น
เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สองและสาม มดลูกรวมถึงตัวลูกน้อยในครรภ์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างมาก จนเข้าไปเบียดและกดทับอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร แรงดันที่เพิ่มขึ้นนี้จะดันให้อาหารและกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปยังหลอดอาหารจนเกิดอาการแน่นและแสบร้อน
กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารทำงานลดลง
ในขณะตั้งครรภ์ กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณหลอดอาหารของคุณแม่จะมีลักษณะเปิดอ้าไว้เล็กน้อย แตกต่างจากคนปกติที่หูรูดจะปิดสนิทเพื่อกักเก็บกรด เมื่อหูรูดปิดไม่สนิท เวลาที่กระเพาะอาหารทำการย่อยอาหาร กรดจึงสามารถไหลย้อนผ่านช่องว่างนี้ขึ้นสู่หลอดอาหารได้อย่างง่ายดาย
เนื่องจากสาเหตุเหล่านี้เป็นกลไกตามธรรมชาติที่ควบคุมได้ยาก คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรเตรียมวิธีรับมือให้ดี เพื่อรักษาร่างกายให้แข็งแรงและพร้อมสำหรับการเก็บสเต็มเซลล์หลังคลอดเพื่ออนาคตของลูกน้อย
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ สัญญาณอาการของคนท้องเป็นกรดไหลย้อนที่ไม่ควรละเลย
แม้ว่าคนท้องเป็นกรดไหลย้อน อาการมักจะดีขึ้นได้จากการปรับพฤติกรรมและการทานยาบรรเทาอาการ แต่หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีสัญญาณเตือนที่รุนแรงดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัย
อาการไม่ดีขึ้นและรบกวนการนอน อาการกรดไหลย้อนยังคงทรงตัวหรือแย่ลง แม้จะปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและทานยาแล้ว หรือมีอาการรุนแรงมากจนส่งผลกระทบต่อการนอน ทำให้นอนไม่หลับและพักผ่อนไม่เพียงพอ
กลืนอาหารลำบากและน้ำหนักลด อาการกำเริบบ่อยครั้งจนเริ่มกลืนอาหารลำบาก เจ็บคอขณะกลืน หรือส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลงเนื่องจากไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ
เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอันตราย อาการมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย เช่น เนื้อเยื่อหลอดอาหารถูกทำลายจากกรด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม
วิธีรับมือกับอาการกรดไหลย้อนในคนท้อง
แม้ว่าคนท้องเป็นกรดไหลย้อนจะสร้างความทรมาน แต่คุณแม่สามารถบรรเทาและควบคุมอาการให้ดีขึ้นได้ด้วยตัวเอง เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามวิธีแก้กรดไหลย้อนในคนท้อง และข้อห้ามคนท้อง 1-3 เดือนเพื่อรับมืออาการกรดไหลย้อน ดังนี้
เคี้ยวอาหารให้ละเอียด เคี้ยวช้า ๆ ให้ละเอียดก่อนกลืน ช่วยลดเวลาในการย่อยอาหารและป้องกันอาการอึดอัดท้อง
แบ่งกินอาหารมื้อเล็ก ๆ ซอยมื้ออาหารออกเป็นหลาย ๆ มื้อแทนการกินมื้อใหญ่ เพื่อช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้มีประสิทธิภาพและไม่แน่นท้อง
งดดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหาร ไม่กินข้าวคำน้ำคำ เพื่อลดปริมาณของเหลวในกระเพาะอาหารที่อาจดันกรดและอาหารให้ไหลย้อน
ไม่นอนทันทีหลังอิ่ม คนท้องเป็นโรคกระเพาะอย่างกรดไหลย้อน ควรหลีกเลี่ยงการนอนราบหลังมื้ออาหารทันที ป้องกันน้ำกรดไหลย้อนกลับมากัดเซาะเนื้อเยื่อหลอดอาหาร
เว้นระยะก่อนนอน 3 ชั่วโมง รับประทานอาหารมื้อสุดท้ายของวันให้เสร็จสิ้นก่อนเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้กระเพาะย่อยเสร็จสมบูรณ์
หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและของทอด งดของเผ็ด ของหมักดอง และของทอด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นแก๊สและทำให้หูรูดหลอดอาหารคลายตัว
เคี้ยวหมากฝรั่งสูตรไม่มีน้ำตาล เคี้ยวหลังอาหารเพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย ซึ่งน้ำลายจะช่วยสะเทินและลดความเป็นกรดในหลอดอาหารได้
นอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้น หากต้องการเอนหลังหรือนอนพัก ควรใช้หมอนหนุนศีรษะและบ่าให้สูงกว่าปลายเท้าเพื่อใช้แรงโน้มถ่วงกักกรดไว้
เตรียมความพร้อมให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อย ด้วยบริการเก็บสเต็มเซลล์สำหรับแม่และเด็ก

การเลือกใช้บริการเก็บสเต็มเซลล์ลูกจากเนื้อเยื่อสายสะดือและรกหลังคลอด ถือเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ฃที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัว โดยสเต็มเซลล์เหล่านี้เปรียบเสมือนหลักประกันสุขภาพในอนาคตที่สามารถนำมาใช้ฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพและรักษาโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้ ทั้งสำหรับตัวลูกน้อยเองในการรักษาโรคระบบเลือด หรือแม้กระทั่งสำหรับคุณแม่และสมาชิกในครอบครัวที่อาจจำเป็นต้องใช้สเต็มเซลล์ในการบำบัดรักษาโรคในวันข้างหน้า
คนท้องเป็นกรดไหลย้อนควรรีบรักษา พร้อมแนะนำบริการเก็บสเต็มเซลล์ได้ที่ MEDEZE
คนท้องเป็นกรดไหลย้อน เกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงและขนาดมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นไปกดทับกระเพาะอาหาร แม้จะไม่ส่งผลอันตรายต่อทารกในครรภ์โดยตรง แต่ก็สร้างความทรมานให้คุณแม่ไม่น้อย การปรับพฤติกรรมการกินและการนอนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาอาการ เพื่อให้คุณแม่มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุดในวันสำคัญของการต้อนรับสมาชิกใหม่
วางแผนส่งมอบของขวัญล้ำค่าเพื่ออนาคตสุขภาพของลูกน้อยและครอบครัวร่วมกับ MEDEZE GROUP ธนาคารสเต็มเซลล์เจ้าแรก และเจ้าเดียวที่ผ่านการรับรองมาตรฐานธนาคารเซลล์ (Cell Bank) ในประเทศไทยจากกฎหมายราชกิจจานุเบกษาฉบับล่าสุด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการจัดเก็บเซลล์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับบริการในด้านคุณภาพและความปลอดภัย
แม้ว่าประเทศไทยจะเพิ่งมีการประกาศรับรองมาตรฐานธนาคารเซลล์อย่างเป็นทางการ แต่ MEDEZE ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ISO 9001:2015 และ AABB Accreditation ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมธนาคารเซลล์ทั่วโลก โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี MEDEZE ใช้ระบบ AXP AutoXpress® Platform สำหรับการคัดแยกเซลล์แบบอัตโนมัติ ร่วมกับกระบวนการ Cryopreservation เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและความมีชีวิตของเซลล์สำหรับการจัดเก็บในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
คนท้องกินยาลดกรดตัวไหนได้บ้าง
ยาแก้กรดไหลย้อนทั่วไปค่อนข้างปลอดภัย แต่ควรหลีกเลี่ยงสูตรที่มีโซเดียมสูง สารหน่วงมดลูกอย่างแมกนีเซียมในไตรมาสสุดท้าย หรืออะลูมิเนียมที่ทำให้ท้องผูก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณแม่และทารกในครรภ์ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกซื้อยากรดไหลย้อนคนท้องมารับประทานเสมอ
กรดไหลย้อนคนท้องหายเองได้ไหมหลังคลอด
อาการกรดไหลย้อนคนท้องสามารถหายได้เองหลังคลอดบุตร เนื่องจากระดับฮอร์โมนในร่างกายจะค่อย ๆ กลับคืนสู่ภาวะปกติ และแรงกดทับที่เกิดจากขนาดของมดลูกบริเวณช่องท้องจะลดลง ทำให้ระบบทางเดินอาหารและกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารกลับมาทำงานได้ตามปกติ